หน้าแรก ผู้เขียน โพสต์ของ admin

admin

13 โพสต์ 0 ความคิดเห็น

ไวรัสตับอักเสบบี แบบไหนติดต่อ แบบไหนหายห่วง

รู้หรือเปล่าว่า บนโลกใบนี้ มีผู้ที่เป็นพาหะของโรค ไวรัสตับอักเสบบีมากกว่า 350 ล้านคน ส่วนในประเทศไทยขวานทองของเรานั้นพบว่า มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ที่ 6-7 ล้านคนเลยทีเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเดี๋ยวเราก็เห็นคนนู้นเป็น เดี๋ยวเราก็เห็นคนนี้เป็น ในเมื่ออัตราติดเชื้อมันช่างสูงลิบฟ้าเสียขนาดนี้ แล้วแท้ที่จริงไวรัสตับอักเสบบีนั้นอันตรายหรือเปล่า และแบบไหนที่เป็นแล้วติดต่อ แล้วแบบไหนหากเป็นแล้วหมดห่วง วันนี้เรามาไขคำตอบกัน  ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ? ไวรัสตับอักเสบบีคือ การที่ตับดันไปได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี(HBV) เข้ามาในร่างกาย เมื่อไวรัสตัวน้อยนี้พยายามแทรกแทรงเข้ามาทำลายหาตับของเรา ตับที่น่ารักจะเกิดการอักสบขึ้นมาทันที  ซึ่งข่าวดีคือไวรัสตับอักเสบบีจะไม่ติดต่อทางลมหายใจ อาหารหรือน้ำดื่ม และการจูบกัน แต่จะติดต่อทางเลือดเท่านั้น (เว้นเสียแต่ว่าน้ำลายอาจจะไปสัมผัสกับเลือดที่อยู่ในปาก)

ไขมันพอกตับ สัญญาณเตือน โรคตับแข็ง และมะเร็งตับ หากไม่รีบรักษา

เคยสงสัยไหมว่า ทั้ง ๆ ที่อัตราคนคนป่วยโรคไวรัสตับอักเสบน้อยลงเรื่อย ๆ แล้วทำไมตัวเลขของผู้ป่วยโรคตับแข็ง และมะเร็งตับกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วยเลย  คำตอบนั่นก็เป็นเพราะโรคที่มีชื่อเห่ย ๆ ไม่น่าจดจำ อย่าง ไขมันพอกตับ นั่นเอง ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้เกิดโรคร้ายอย่างตับแข็งและมะเร็งตับตามมา กลุ่มเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับ คนที่ดื่มสุรา แอกอฮอล์เป็นประจำ คนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคอ้วน คนที่มีปัญหาโรคเบาหวาน คนที่มีระดับน้ำตาลสูงเกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเกิน 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร “ไขมันพอกตับ เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันที่ตับ” เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานไปใช้ได้หมด จนสะสมเพิ่มพูนจนพอกอยู่ที่ตับของเรา มักเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารพวกแป้ง ไขมัน และน้ำตาลในปริมาณมากเกินไปติดต่อกัน  ซึ่งอาหารหลักทั้งของคาวและหวานของคนไทย นั้นก็มักจะมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลักอยู่...

ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับคือ โรคที่มันไขมันเข้าไปแทรกซึมอยู่ในเซลล์ตับมากเกินปกติ หรือประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตับ ส่งผลให้การทำงานของตับแย่ลง ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่สำคัญนั้นมาจาก การที่เรามี ไขมันในเลือดสูงติดต่อกันนานแล้วไม่ได้ควบคุมรักษานั่นเอง ตับ ต้องสะสมไขมันและนำ้ตาลที่มีมากเกินไป ไขมันในเลือดสูงอาจเกิดขึ้นจาก การที่เรากินอาหารประเภทไขมัน หรือแป้ง น้ำตาล เข้าไปมากเกินไป โดยตับเรามีหน้าที่ในการสะสมพลังงานที่เหลือใช้จากร่างกาย หากร่างกายของเราได้รับอาหารที่ไม่ดีเข้ามาก ๆ ตับจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงน้ำตาลกลูโคสที่เหลือจากการใช้งาน ให้อยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์(ไขมัน) และไกลโคเจน ก่อนจะกักเก็บพอกพูนไว้ที่ตับ ดังนั้นเมื่อร่างกายเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีระดับไขมันในเลือดสูง แปลว่าตับต้องนำน้ำตาล และไขมันส่วนเกินเหล่านี้เข้าไปเก็บไว้ที่ตับ จนอาจจะกลายมาเป็นไขมันพอกตับตามมาได้ เบาหวาน เสี่ยงมากกับ ไขมันพอกตับ จากข้อมูลที่กล่าวไป นั่นจึงเป็นเหตุให้คนที่ป่วยทุกข์ทรมารจากอาการเบาหวาน มีโอกาสที่จะต้องประสบกับไขมันพอกตับสูง เพราะว่า...
20,831แฟนคลับชอบ
2,883ผู้ติดตามติดตาม
2,403ผู้ติดตามติดตาม

คุณไม่ควรพลาด