ไขมันพอกตับ สัญญาณเริ่มต้น มะเร็งตับ ต้องรีบรักษา

0
511
ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ หรือ ไขมันเกาะตับ เป็นโรคเรื้อรังที่ตัวอาการอาการของโรคไม่ได้ร้ายแรงอะไร หากแต่มันกลับเป็นโรคที่เป็นต้นตอของ ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ และที่สำคัญคนไทยกว่า 40% กำลังเป็นไขมันพอกตับอยู่ แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

ไขมันพอกตับ คือ  

ขมันพอกตับเป็นภาวะที่เกิดจากการที่ตับดันไปเก็บสะสมไขมันไว้เยอะเกินไป โดยไขมันที่สะสมไว้นั้นจะอยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์ มันจะแอบเบียดเสียดแทรกอยู่ที่เนื้อตับ 

ซึ่งตับของเราทำหน้าที่ไม่ต่างกับกระปุกออมสิน ที่สะสมไขมันไว้เรื่อย ๆ และเมื่อใดก็ตามที่กระปุกเต็ม หรือ สะสมได้ไขมันไว้มากกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ จากแรกเริ่มเดิมทีมีสีน้ำตาลชมพู กลายร่างมาเป็นตับเหลืองขนาดโต ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของตับ และสร้างความเสียหายไปทั่วร่างกายได้เลย 

ไขมันพอกตับ กระทบทั่วร่างกาย 

เพราะตับทำหน้าที่เชื่อมโยงกับการทำงานหลายส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การกำจัดสารพิษ การให้พลังงาน การย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกันร่างกาย เป็นต้น ดังนั้นหาก ไขมันพอกตับมากเกินไป ย่อมส่งผลและสร้างความเสียหายต่อหลายส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น 

  1. ตับสร้างน้ำดีต่ำลง ย่อยอาหารไม่ได้ แปรปรวนทั่วร่างกาย
  2. ตับสังเคราะห์โปรตีนได้ต่ำลง ส่งผลต่อการใช้ชีวิต และระบบภูมิคุ้มกัน
  3. สะสมพลังงานสำรองไม่ได้ และเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำร่างกายให้อ่อนเพลีย อวัยวะอื่นๆในร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร 
  4. ตับกำจัดสารพิษได้น้อยลง อาจค้างคาอยู่ในร่างกาย กระทบทั้งตับ ทั้งสมอง และไต 
  5. น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ

อาการไขมันพอกตับที่มักพบ 

อาการของโรคไขมันพอกตับ หากมองเพียงผิวเผินนั้นแทบจะไม่แสดงออกมาเลย หรือแทบไม่สร้างความผิดปกติให้ร่างกายมากนัก อาจจะมีก็เพียงแค่อาการคับคล้ายกับโรคทั่วไป เช่น 

  • คลื่นไส้ อาเจียน 
  • วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม 
  • มีอาการเบื่ออาหาร 
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
  • ปวดจุกท้องแถวชายโครงขวา

ไขมันพอกตับ ไปสู่ตับอักเสบ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ 

แม้อาการของโรคอาจไม่ได้รุนแรงมาก แต่หากว่าไขมันมันเพิ่มพูนสูงขึ้นเรื่อย ๆ อาจทำให้ตับเกิดการอักเสบขึ้นมาได้เลย และยิ่งปล่อยไว้ไม่รีบรักษา การอักเสบนั้นอาจจะประกาศศักดาแผ่ขยายความยิ่งใหญ่ไปจนทั่วไป กลายเป็นการอักเสบเรื้อรัง ทำให้ตับต้องสูญเสียหน้าที่สำคัญๆ บางอย่างไป 

อีกทั้งทุกครั้งที่มีการอักเสบเกิดขึ้น จะเกิดแผลเป็นขึ้นมาที่เซลล์ตับ ซึ่งแผลเป็นเหล่านี้ เมื่อมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ มันอาจรวมตัวกันไปบดบังเลือดไม่ให้ไหลเวียนในตับ เมื่อถึงตอนนั้น โรคร้ายอย่างตับแข็ง และมะเร็งตับ ก็ใกล้เข้ามาแล้ว 

อันตรายแฝง จากไขมันพอกตับ 

ไม่เพียงไขมันพอกตับเป็นต้นตอของตับแข็ง มะเร็งตับเท่านั้น แต่ตับที่ทำงานได้ที่ดี ประสิทธิภาพต่ำ มันยังส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อที่พร้อมจะห้อยสอยตามติดคุณไปด้วย ทั้งโรคอย่างเบาหวาน โรคอ้วน ตับขาดสารอาหาร ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง นิ่วในถุงน้ำดี โรคไต เป็นต้น 

สาเหตุการเกิดโรค

ไขมันเกาะตับ หรือไขมันพอกตับ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก โดยหลักๆ แล้วมักเกิดจาก สาเหตุ ดังนี้ 

1.เกิดจากการกินมากเกินไป 

พฤติกรรมการกินมากเกินความต้องการของร่างกาย คือ สาเหตุหลักของโรคไขมันพอกตับเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภท แป้ง น้ำตาล และไขมัน ที่หากว่าร่างกายนำไปใช้ได้ไม่หมด จะถูกส่งเข้าไปเก็บยังโกดังสำรองอย่างตับในรูปของไขมัน กลายเป็นไขมันเกาะตับตามมา 

2.เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ 

แอลกอฮอล์และตับ คู่อริตัวฉกาจของตับ เพราะนอกจากจะส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบโดยตรงแล้ว มันยังเป็นต้นเหตุที่สำคัญของโรคไขมันพอกตับด้วย เพราะในการกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย จะเกิดกรดไขมันขึ้น และกรดไขมันเหล่านี้จะรวมตัวกัน เกิดเป็นไขมันและเข้าไปสะสมพอกพูนอยู่ที่ตับ ทำให้เซลล์ตับถูกอัดแน่นไปด้วยไขมัน 

3.เกิดจากเบาหวาน 

นอกจากนี้แล้ว ไขมันเกาะตับ ยังสามารถสืบเนื่องมาจากเบาหวานได้ด้วย เพราะเบาหวานเป็นโรคที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จนร่างกายใช้น้ำตาลไม่หมด และถูกแปลงให้เป็นไขมันมาสะสมอยู่ที่ตับ จากเบาหวานจึงหลายเป็นไขมัน 

และมีตัวเลขที่น่าสนใจ คือ มีการวิจัยจาก เมโยคลินิก (Mayo Clinic) ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับความต่อเนื่องของโรคเบาหวานและโรคไขมันพอกตับ โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ศึกษาจำนวน 337 ราย ต้องเผชิญกับโรคไขมันพอกตับแทรกซ้อนขึ้นมาเป็นจำนวนมากถึง 116 รายด้วยกัน 

กลุ่มเสี่ยงไขมันพอกตับ  

  • คนที่ดื่มสุรา แอกอฮอล์เป็นประจำ
  • คนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคอ้วน
  • คนที่มีปัญหาโรคเบาหวาน 
  • คนที่มีระดับน้ำตาลสูงเกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเกิน 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

วิธีการลด รักษาไขมันพอกตับ 

1.ควบคุมการกินอาหาร

แน่นอนว่าการกินอาหารมากเกินไป คือสาเหตุหลักของไขมันเกาะตับ ดังนั้นการควบคุมอาหารจึงเป็นวิธีการลดไขมันเกาะตับที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง โดยควรควบคุมปริมาณการกินในแต่ละครั้ง พยายามหลีกเลี้ยงหลบอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน และคสรกินให้ถูกสัดส่วนครบทั้ง 5 หมู่

2.ออกกำลังกายประจำ

การออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายดีขึ้น อีกทั้งการออกกำลังกายยังทำให้ร่างกายจะต้องดึงพลังงานสำรองที่สะสมไว้ที่ตับในรูปของไขมันมาใช้งาน ออกกำลังกายบ่อยจึงทำให้ไขมันลดปริมาณลงตามไปด้วย 

 3.เลิกแอลกอฮอล์

แม้การเลิกดื่มแอลกอฮอล์อาจจะไม่ได้ได้ช่วยให้ไขมันที่พอกพูนพรั่งพรูที่ตับนั้นลดลง แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ไปเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น และไม่ไปเพิ่มภาระหน้าที่ให้ตับต้องทำงานหนักขึ้นด้วย 

4. Artichoke ลดไขมันพอกตับ 

Artichoke คือ พืชที่ได้รับการยกย่องว่า มีความสามารถในการบำรุงตับในระดับสูง ครอบคลุมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเสริมสร้างน้ำดี การป้องกันการอักเสบของตับ การลดการอักเสบของตับ และที่สำคัญ อาร์ติโชค มีคุณสมบัติในการลดไขมันพอกตับ โดยตรง  

โดยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ได้ศึกษาและค้นพบว่า หากว่ากินอาร์ติโชค (Artichoke) ติดต่อกันเป็นประจำ จะช่วยลดไขมันที่พอกอยู่ในตับได้ อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบที่ตับได้อีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPROเป็นอาหารเสริมบำรุงตับ ช่วยลดไขมันพอกตับ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) 10,000 มิลลิกรัม และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย