ตับอักเสบ จุดเริ่มต้นมะเร็งตับ อาการ และการรักษา

0
1209
ตับอักเสบ

หากคุณมีอาการต่อไปนี้มากกว่า 4ข้อ นั่นอาจแปลว่าคุณกำลังเข้าข่ายของ ตับอักเสบ หรือ โรคตับอักเสบ อยู่ จำเป็นต้องรีบรักษา ก่อนที่มันจะพัฒนาไปสู่ตับแข็ง หรือร้ายแรงถึงขั้นมะเร็งตับ

อาการ ตับอักเสบ

ปวดจุกท้องขวา 

หนึ่งในสัญญาณที่ค่อนข้างแน่ชัดว่ากำลังเป็น ตับอักเสบแล้วนั่นคือ การที่คุณรู้สึกปวดจุกท้อง บริเวณใต้ชายโครขวา ซึ่งเป็นที่อยู่ของตับ โดยในบางรายอาจมีอาการตับโตแถบ ๆ ดังกล่าวจนสามารถใช้มือลูบคลำถึงความผิดปกติได้  

มีไข้ ไม่สบาย คลื่นไส้ อาเจียน 

เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มมีไข้ คลื่นไส้อยากจะอาเจียน เบื่ออาหาร กินอาหารก็ไม่ค่อยจะลง แถมยังมาพร้อมกับสัญญาณ ตับอักเสบอื่น ๆ ด้วยแล้วล่ะก็ คุณอาจจำเป็นต้องรีบรักษาอย่างโดยด่วน เพราะตับของคุณกำลังได้รับบาดเจ็บอยู่ 

อาหารไม่ย่อย ท้องอืด

ตับมีหน้าที่ในการผลิตน้ำดี เพื่อไปช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน แต่หากตับเกิดอักเสบขึ้นมา น้ำดีอาจจะถูกผลิตขึ้นแค่น้อยนิดจิ๊ดเดียว ส่งผลให้ไขมันไม่ถูกย่อย และเจ้าไขมันตัวร้ายมันจะไปเกาะสารอาหารอื่น ๆ ทำให้ไม่ถูกย่อยไปด้วย อาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัดพุง จึงเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนว่า อาจจะต้องรักษาโรคตับอักเสบแล้ว

อ่อนเพลีย แรงหดหาย เหนื่อยง่าย

เมื่อสารอาหารต่าง ๆ ไม่ถูกย่อย ร่างกายก็ดูดซึมได้น้อย ผนวกกับการทำหน้าที่ส่งพลังงานไปยังส่วนต่าง ๆ ของตับต่ำเตี้ยลงจากการอักเสบ ทำให้ตับส่งพลังงานไปได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ร่างกายอ่อนเพลีย เรี่ยวแรงหาย ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย จึงอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตับกำลังอักเสบอยู่นั่นเอง

ตัวเหลือง ตาเหลือง 

สารบิลิรูบิน เป็นสารสีเหลืองที่เกิดจากการสลายตัวของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งตับมีหน้าที่ในการกำจัดมันออกไปให้พ้นจากร่างกาย แต่ทว่าตับที่เกิดการอักเสบขึ้น จะไม่สามารถขับสารนี้ออกไปได้ มันจะค้างอยู่ในร่างกาย ส่งผลให้สีเหลือง ๆ มาเยือนแทรกอยู่ที่ผิวหนัง และในดวงตา 

อุจาระซีด ปัสสาวะเข้ม 

อาการอุจาระซีด ที่มาพร้อมกับปัสสาวะเข้ม เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดจากปริมาณสารบิลิรูบิน ในร่างกาย นั่นเป็นเพราะตับไม่สามารถขับมันออกไปพร้อมน้ำดีทางอุจาาระได้ หน้าที่กรองของเสียสีเหลืองนี้จึงตกไปอยู่ที่ไต ไตจึงต้องขับมันออกไปให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ แต่อุจจาระกลับมีสีซีดเซียว 

 

ตับอักเสบ อาจบานปลาย อันตรายถึงชีวิต

โรคตับอักเสบ อาจะดูเป็นโรคที่ไม่ได้รุนแรงหรือโหดร้ายอะไรเลยแม้แต่น้อย รู้หรือเปล่าวว่าอาการเบา ๆ แบบนี้ แต่ทุกครั้งที่เกิดอาการขึ้นมา มันจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับค่อยๆ ต่ำลง กระทบกับหลายๆ ระบบในร่างกาย อีกทั้ง ทุกการอักเสบมันมักจะเกิดแผลเป็นตามมา และหากแผลเปนที่ว่านี้มีปริมาณมากขึ้น มันอาจเป็นอันตรายถึงขั้นตับแข็งได้เลย 

 

ความเสียหายจาก ตับอักเสบ  

  • ส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารเพราะผลิตน้ำดีได้น้อยกว่าเดิม
  • ส่งผลกระทบต่อการใช้พลังงานและการเก็บพลังงานสำรองในร่างกาย
  • ส่งผลกระทบต่อการกำจัดสารพิษออกไปนอกร่างกาย
  • ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ 
  • ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด 

โรคตับอักเสบ สู่มะเร็งตับ

ความอันตรายของตับอักเสบ คือ มันมีโอกาสที่พัฒนาให้โหดร้ายรุนแรงขึ้น ด้วยการกลายเป็นตับแข็ง มะเร็งตับในท้ายที่สุดได้ เป็นเพราะว่าตับเป็นอวัยวะที่มีพลังสุดพิเศษ คือ มีพลังแห่งการฟื้นฟุและงอกใหม่ของเซลล์ หากว่าตับเกิดการอักเสบขึ้น เนื้อตับในส่วนนั้นจะถูกทำลาย กำจัดทิ้งไป และจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ 

แต่ใช่ว่ากระบวนการนี้จะสมบูรณ์ 100% ในทุกการทำลายย่อมทิ้งร่องรอยบาดแผลฝากเอาไว้เตือนใจ ในกรณีนี้จะเกิดแผลเป็นขึ้นที่ตับ หากปล่อยไว้ให้การอักเสบมาเยี่ยมเยียนบ่อย ๆ การทำลายตับอาจจะเกิดต่อเนื่องกัน จากแผลเป็นเล็ก ๆ จะเริ่มขยายพื้นที่ กลายเป็นพังผืดขนาดใหญ่ บดบังเนื้อตับ ทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงตับได้ จนสุดท้ายอาจกลายเป็น ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับได้ 

อันตรายจากโรคแทรกซ้อน ตับอักเสบ

การอักเสบของตับนั้นมีทั้งอักเสบแบบเบาๆ มีอาการเล็กน้อย และอักเสบแบบรุนแรง ที่มีความรุนแรงมาก จนตับไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ มีปัญหาในการสังเคราะห์โปรตีนบางอย่างไม่ได้ ซึ่งโปรตีนเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญ ๆ ทั้งนั้น ส่งผลให้เกิดความผิดปกติขึ้นหลายอย่าง

ทั้งภูมิคุ้มกันร่างกายตกต่ำลง จนร่างกายอ่อนแอติดเชื้อง่าย และอาจมีโรคอื่น ๆ เข้ามาเยือนเป็นระยะ เช่นโรคไต เป็นต้น การแข็งตัวของเลือดย่ำแย่ หรืออาจจะเกิดเลือดออกในอวัยวะภายในได้เลย ไม่สามารถควบคุมความดันน้ำในร่างกาย อาจเป็นโรคท้องมาน หรือท้องบวมน้ำ เท้าบวมได้ 

เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น จำเป็นต้องฟื้นฟูดูแลโรคตับอักเสบให้ดีขึ้น และจำเป็นต้องป้องกันบรรเทามันด้วย

การรักษา ตับอักเสบ

การรักษาโรคตับอักเสบนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งจากการทานยา และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่ง หรือจะเป็นการใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟูตับโดยการใช้วิตามินบำรุงเข้ามาช่วย แต่วิธีที่ได้ผลดีที่สุดและได้ผลมากที่สุด คือ การฟื้นฟูตับอักเสบจากสาเหตุ เพียงแค่หาต้นตอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ โดยสาเหตุของการอักเสบที่พบมากนั้นเกิดจาก 

1.รักษาจากไวรัสตับอักเสบ 

ไวรัสตับอักเสบ เป็นหนึ่งในสาเหตุลำดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดตับอักเสบ โดยการอักเสบมี 2 ระยะ คือ ระยะเฉียบพลัน กับระยะเรื้อรัง ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นมักจะอยู่ในระยะเฉียบพลัน รักษาได้ หายเองได้ ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน แต่ใช่ว่าทุกคนจะโชคดี จะมีคนราว ๆ 5% ที่อาจต้องทนทุกข์กับการอักเสบระยะเรื้อรัง ยิ่งหากปล่อยไว้ และมีพฤติกรรมทำตับอักเสบอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย อาจจะต้องมานั้เสียใจเพราะตับแข็ง หรือมะเร็งตับในตอนท้ายได้ 

2.รักษาโดยงดแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ล้วนแต่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของตับ เมื่อใดก็ตามที่มันเข้าสู่ร่างกาย มันจะต้องลงไม้ลงมือกับตับ เพราะตับจะขับไล่มันออกไป ต้องทำงานหนักกว่าปกติ เกิดการอักเสบแทบทุกครั้งที่ขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย มิหนำซ้ำมันยังเป็นสาเหตุของโรคไขมันพอกตับที่อาจทำให้ตับเกิดการอักเสบได้อีกทางหนึ่งด้วย 

3.รักษาโดย ลดไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งจากการดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ  โดยทุกครั้งที่ตับขับแอลกอฮอล์ออกจะเกิดเป็นกรดไขมันขึ้น และจะกลายเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ จนมันพอกพูนแทรกเนื้อตับ  และยังเกิดขึ้นได้จากการกินอาหารไม่ดีเข้าร่างกายในปริมาณมากเกินไป เพราะตับจะสะสมพลังงานส่วนเกินจากการใช้ของร่างกาย โดยเก็บไว้ในรูปของไขมัน เมื่อไขมันเหล่านี้มันสะสมแทรกเนื้อตับมากขึ้น ตับจำเป็นต้องหาที่ว่างให้เซลล์ตับทำงานได้ดี มันจึงจำเป็นต้องทำลายเนื้อตับบางส่วนออกไป จนกลายเป็นแผลเป็นตามมา 

ซึ่งโรคไขมันพอกตับเป็นโรคที่ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย ไม่เลือกอาชีพ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแค่คุณกินเยอะ ดื่มหนัก ไม่รักษาสุขภาพ มันก็สนิทสนมกับคุณได้แล้ว ปัจจุบันเป็นโรคที่แพร่สะพัดไม่ทั่วทุกคนทุกแห่ง มีคนไทยมากกว่า 4ใน10 คนกำลังประสบอยู่ แต่เพียงแค่คุณกินอาหารให้ถูกหลัก ในปริมาณที่พอดี และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดไขมันพอกตับได้ 

4.รักษาโดยการ ลดยาที่ไม่จำเป็น

ทุก ๆ ครั้งที่เรากินยาเข้าไป ตับต้องทำหน้าที่อย่างหนัก ในการซึมซับยาเหล่านั้นเพื่อไปรักษาอาการต่าง ๆ แต่จะมียาบางส่วนที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ หรือยาส่วนเกินมันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวกยาแก้ปวด ยาพาราเซตามอล ที่คนไทยมักกินบ่อย ป่วยนิดหน่อยก็กิน กินเกินความต้องการ ยิ่งเมื่อไปรวมกับพฤติกรรมเสี่ยงตับอักเสบอื่น ๆ จะยิ่งทำให้ตับอักเสบหนักยิ่งขึ้นได้ ดังนั้นหากกินยาก็ควรกินเฉพาะที่แพทย์สั่งหรือที่จำเป็นเท่านั้น 

5.รักษาโดยการพักผ่อนให้เยอะ

การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการอดนอนบ่อย ๆ นั้นก็สามารถทำให้ตับ และอวัยวะอื่น ๆ เกิดการอักเสบได้ ส่งผลให้สารพิษต่าง ๆ อาจไม่ถูกทำลายไปเนื่องจากตับเสื่อมประสิทธิภาพลง สารพิษตกค้างมากขึ้น อีกทั้งการพักผ่อนน้อยจะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายสูงขึ้น ส่งผลให้ความอยากอาหารมากขึ้น ต้องการน้ำตาล ของหวานมากขึ้น ยิ่งกินมากยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่ตับจะอักเสบจากเป็นไขมันพอกตับมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากอยากหายจากตับอักเสบ การนอนดึก หรืออดนอนก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

6.ไกลห่างจากบุหรี่ 

ใครจะคิดว่าบุหรี่ที่มันจ้องทำลายปอดของเรา แท้จริงแล้วมันก็ยังทำร้ายตับเราด้วย เพราะในบุหรี่นั้นมีสารอนุมูลอิสระ ที่จ้องจะเข้ามาทำลายตับและอวัยวะอื่น ๆ มากมาย แถมยังทำให้ประสิทธิภาพและภูมิคุ้มกันตับลดลง เกิดความเสียกหายกับตับตามมาได้ 

7.ฟื้นฟู ตับอักเสบ ด้วยอาหารเสริม

การใช้วิตามิน อาหารเสริมบำรุงตับ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นวิธีการที่ช่วยบำรุงฟื้นฟูตับ โดยสามารถทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมและการปฏิบัติตามคำสั่งของหมอได้ โดยบรรดาสารสกัด และวิตามินเหล่านี้ มีส่วนช่วยฟื้นฟู และปกป้องตับ ให้ตับกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ และป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบได้ด้วย

อาร์ติโชค (Artichoke) ลดและป้องกัน ตับอักเสบ 

Artichoke เป็นพืชที่มีความสามารถในการบรรเทาตับอักเสบ ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะมีสรรคุณในการลดการอักเสบของตับได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีฤทธิ์ในการป้องกันตับไม่ให้เกิดการอักเสบได้ด้วย 

นอกจากนี้แล้วยังมีความสามารถในการลดไขมันพอกตับ ช่วยขับน้ำดี ลดสารบิลิรูบิน เป็นต้น โดยมีงานวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณการฟื้นฟูตับของ Artichoke มากมาย เช่น 

งานวิจัยของ มหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke สามารถลดภาวะไขมันพอกตับ ช่วยฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้ตับเกิดการอักเสบจากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งจากการดื่มแอลกอฮอล์ จากไขมันพอกตับ จากการทานยา จากการนอนดึก และอื่น ๆ 

หรืองานวิจัยมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ที่ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการไขมันพอกตับลดลง ซึ่งไขมันพอกตับถือเป็นสาเหตุหลักของตับอักเสบ 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPROเป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย